ชีวิตค้าแข้งที่เกือบพังในรังงูใหญ่ของ “โรแบร์โต้ คาร์ลอส”

โรแบร์โต้ คาร์ลอส เป็นที่จดจำของแฟนบอลทั่วโลกในฐานะแบ็กซ้ายตีนระเบิดของสโมสรเรอัล มาดริดและทีมชาติบราซิล ด้วยเท้าซ้ายอันทรงพลังจนสามารถทำประตูจากระยะไกลได้บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการสับไกยิงนอกกรอบเขตโทษ หรือแม้แต่การซอยเท้าก่อนจะสังหารฟรีคิก แต่ก่อนจะก้าวไปเป็นนักเตะระดับโลกในตำแหน่งแบ็กซ้าย กองหลังแซมบ้าเกือบหมดอนาคตสมัยเริ่มต้นค้าแข้งในทวีปยุโรปกับอินเตอร์ มิลาน ด้วยน้ำมือของรอย ฮอดจ์สัน

ช่วงซัมเมอร์ปี 1995 โรแบร์โต้ คาร์ลอส เลือกอินเตอร์ มิลานเป็นจุดหมายปลายทางในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนยุโรป หลังจากพาสโมสรบ้านเกิดอย่างพัลไมรัสเป็นดับเบิ้ลแชมป์มา 2 ปีติด ในขณะที่ รอย ฮอดจ์สัน ก็เพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ในถิ่นจูเซ็ปเป้ เมียซซ่า หลังทำผลงานได้ดีในการคุมทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์

ชีวิตในอิตาลีของคาร์ลอสเต็มไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเจ้านายใหม่อย่างฮอดจ์สันมองว่ากองหลังชาวบราซิลขาดวินัยในเกมรับไม่เหมาะกับตำแหน่งแบ็กซ้ายของทีม จึงมักใช้งาน เฟลิเซ่ เซนโตฟานติ เป็นตัวเลือกแรกในแนวรับฝั่งซ้าย แล้วโยกคาร์ลอสไปเล่นในตำแหน่งปีกแทน แม้จะทำให้กองหลังจอมบุกมีโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง แต่คาร์ลอสกลับไม่มีความสุขในการเล่นเป็นตัวรุกริมเส้นแม้แต่น้อย เนื่องจากขณะนั้นศึกโคปา อเมริกา 1997 กำลังจะมาถึง หากยังถูกจับเล่นในตำแหน่งปีกอยู่เขาอาจต้องต่อสู้แย่งตำแหน่งกับเพื่อนร่วมทีมชาติหลายคน ในขณะที่การเล่นแบ็กซ้ายแทบจะเป็นการการันตีตัวจริงในทีมชาติให้กับเขา และแล้วเมื่อฮอดจ์สันไปดึงตัวแบ็กซ้ายอย่างอเลสซานโดร ปิสโตเน่ มาร่วมทีมก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าคาร์ลอสจะไม่มีวันได้เล่นในตำแหน่งที่ต้องการ แบ็กซ้ายบราซิลจึงตัดสินใจแยกทางกับทีมงูใหญ่หลังร่วมทีมได้เพียงปีเดียว

คาร์ลอส เลือกย้ายไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด ทีมที่ยินดีมอบตำแหน่งแบ็กซ้ายคืนให้อย่างไม่มีข้อแม้ จนได้กลายเป็นกำลังหลักพาทีมชาติบราซิลเป็นแชมป์โคปา อเมริกา 1997 สมใจ การย้ายมาร่วมทีมราชันชุดขาวที่เน้นเกมบุกทำให้ศักยภาพของคาร์ลอสถูกนำออกมาใช้อย่างเต็มที่ ด้วยฝีเท้าความเร็วจัดแบ็กบราซิเลี่ยนไม่เพียงเติมเกมรุกได้อย่างน่ากลัว แต่ยังสปีดลงมาคุมเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น แถมสกัดบอลได้อย่างหนักหน่วงทั้งที่ตัวเล็กกว่าแนวรุกคู่แข่ง คาร์ลอสกลายเป็นส่วนหนึ่งในทีมกาแลคติกอสที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับโลกอย่างเซเนดีน ซีดาน, หลุยส์ ฟิโก้, โรนัลโด้ และเดวิด เบ็คแฮม จนผงาดคว้าแชมป์ลาลีกา 4 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกอีก 3 สมัย

โดยตลอดทั้ง 11 ฤดูกาลในเครื่องแบบราชันชุดขาว คาร์ลอสลงเล่นทุกรายการไปทั้งสิ้น 584 นัด ยิง 71 ประตู กับอีก 88 แอสซิสต์ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นแบ็กซ้ายสายรุกที่ดีที่สุดของโลกในยุคนั้น เคียงคู่กับ เปาโล มัลดินี่ แบ็กซ้ายทีมชาติอิลาลีที่โดดเด่นในเรื่องเกมรับ ทิ้งอดีตอันขมขื่นในรังงูใหญ่เป็นเพียงความทรงจำช่วงหนึ่งในชีวิตเท่านั้น

เครดิตภาพ: https://90l.tribuna.com/images/14/d5/1f/14d51f8a84cc4ee3a78595280c87def0500x500@2x.jpg

“โอเดียน อิกาโล่” คนที่ใช่สำหรับปีศาจแดง

ช่วงตลาดนักเตะหน้าหนาวที่ผ่านมา ดีลการย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยสัญญายืมตัวของ “โอเดียน อิกาโล่” สร้างความประหลาดใจให้แฟนผีอย่างมาก ไม่เพียงแค่ความรวดเร็วในการเจรจาเท่านั้น ชื่อชั้นของนักเตะก็สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อยถึงความเหมาะสมในการสวมเครื่องแบบปีศาจแดง แต่เมื่อได้รับโอกาสลงสนามศูนย์หน้าชาวไนจีเรียก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าตัวเขานั้นคู่ควรขนาดไหน แถมยังช่วยสร้างความมั่นใจให้เหล่านักพนันเสียด้วย

ผลงานออกสตาร์ทตัวจริง 3 นัด ยิง 4 ประตู ช่วยการันตีคุณภาพการทำประตูของอิกาโล่ได้เป็นอย่างดี จากแค่ต้องการใช้เป็นนักเตะแก้ขัดในช่วงที่มาร์คัส แรชฟอร์ดเจ็บยาวเท่านั้น ตอนนี้กลับข่าวว่าปีศาจแดงต้องการเซ็นสัญญาดึงตัวดาวยิงอินทรีมรกตมาร่วมทีมเป็นการถาวรเพื่อเอาใจเหล่าเซียนพนันเสียแล้ว ซึ่งนี่คือเหตุผลที่สนับสนุนว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสมควรเซ็นสัญญาถาวรกับอิกาโล่เป็นที่สุด

1. ตำแหน่งการเล่นของอิกาโล่ คือ ศูนย์หน้าตัวจบสกอร์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่กำลังขาดแคลนในทีมปีศาจแดงชุดปัจจุบัน เนื่องจากสองกองหน้าตัวหลักของทีมอย่างอองโตนี่ มาร์ซิยาล และมาร์คัส แรชฟอร์ด ล้วนเป็นกองหน้ากึ่งปีกที่นิยมเลี้ยงตัดเข้าในแล้วหาโอกาสทำประตู ทำให้หลายครั้งเมื่อถ่างออกไปเล่นริมเส้นจึงไม่มีใครลุ้นทำประตูในกรอบเขตโทษ แต่สำหรับอิกาโล่ที่แม้วัยจะล่วงเลยขึ้นหลัก 30 ปีแล้ว แต่เขายังเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งและมีสัญชาตญาณกองหน้าอยู่เต็มเปี่ยม ทั้งการเข้าฮอสทำประตูแบบถูกที่ถูกเวลา และหาจังหวะทำประตูด้วยตัวเอง รวมไปถึงเป็นตัวพักบอลชั้นเยี่ยมที่สามารถครองบอลในแดนหน้าแล้วจ่ายให้เพื่อนทำเกมบุกต่อเนื่องได้อย่างแม่นยำ ซึ่งหากจะกล่าวว่าอิกาโล่ คือโรเมลู ลูกากู ร่างอัพเกรดไม่จับบอลลั่นก็คงไม่ผิดนัก

2. ยินดีเป็นตัวสำรอง ก่อนย้ายมาร่วมทีมอิกาโล่รู้อยู่แล้วว่าบทบาทของเข้าคือกองกำลังเสริม โดยทั้ง 5 นัดในพรีเมียร์ลีกที่ดาวยิงไนจีเรียลงสนามเป็นตัวสำรอง เขาก็ทุ่มเทเต็มที่จนมีโอกาสใส่ชื่อตัวเองบนสกอร์บอร์ดได้หลายต่อหลายครั้งทั้งที่อยู่ในสนามเพียงไม่กี่นาที ซึ่งทัศนคติด้านนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พร้อมให้คำแนะนำได้เป็นอย่างดี แถมเว็บพนันออนไลน์ก็ชอบซะด้วย

3. การได้ลงเล่นให้กับทีมรักที่ตามเชียร์มาตั้งแต่เด็กถือเป็นความฝันของนักเตะทุกคน ซึ่งอิกาโล่ก็ประกาศตัวชัดเจนว่าเขาคือแฟนผี จึงมั่นใจได้ว่าอิกาโล่จะใส่เต็มทุกนัดที่ได้สวมเครื่องแบบปีศาจแดงลงสนามและจะไม่ยอมแพ้หากยังไม่หมดเวลาการแข่งขัน ซึ่งนี่คือ DNA ของปีศาจแดงที่หาได้ยากจากนักเตะยุคปัจจุบัน

4. ค่าตัวเพียง 15 ล้านปอนด์ แลกกับศูนย์หน้าที่ครบเครื่องทั้งยิงได้และพักบอลเยี่ยมเป็นอะไรที่คุ้มเกินคุ้ม แถมอิกาโล่เองยังพร้อมลดค่าเหนื่อยลงกว่าครึ่งจากที่ได้เคยรับกับทีมเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัวอีกต่างหาก

การย้ายทีมด้วยสัญญาด้วยสัญญายืมตัว ย่อมสร้างความกระหายให้นักเตะทำผลงานได้ดีเพื่อการเซ็นสัญญาถาวร ซึ่งนักเตะจำนวนไม่น้อยที่ลดระดับความทุ่มเทเมื่อได้เข้าร่วมทีมเป็นการถาวร แต่สำหรับอิกาโล่นั้นต่างออกไป เขาพร้อมที่จะทุ่มเททุกนัดและทำทุกอย่างเพื่อการเป็นส่วนหนึ่งของทีมรักให้ได้นานที่สุด